WHAT'S NEW?
Loading...

สภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย ร้านโชว์ห่วยกำลังทยอยปิดตัวลง

Advertisements

Advertisements

โชห่วย คือ ร้านขายสินค้าสามัญ ที่ใช้กินใช้สอยประจำวัน หรือ ร้านขายของชำ สะดวกซื้อ สารพัดสิ่ง สร้างรายรับเล็กๆ น้อยๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน มีจำนวนน้อยลงไปมาก เนื่องจากไม่ได้รับการปรับรูปแบบให้ทันสมัย และต้องเผชิญกับคู่แข่งยุคโมเดิร์นเทรดที่เป็นร้านสะดวกซื้อ รูปลักษณ์ทันสมัย ติดแอร์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ปัญหาการทยอยปิดตัวของ ร้านโชห่วย จากการตรวจสอบพบว่าปัจจัยหลักมาจากสภาพ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ และการขยายตัวของเมืองหลวง โดยยิ่งนานไปร้านโชห่วยเหล่านี้กลับยิ่งน้อยลง ซึ่งขณะนี้ร้านหลายแห่งจำใจต้องยอมรับสภาพหากวันหนึ่งจะถึงเวลาของการอวสานร้านโชห่วย


บริเวณตลาดสามย่านซึ่งในอดีตที่นี่เป็นชุมชนที่มีคนอยู่กันจำนวนมาก พบว่าเมื่อก่อนมีร้านโชห่วยหลายร้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น โดยผลกระทบจากนโยบายร้านโชห่วยธงฟ้า เป็นเพียงปัจจัยรองที่ทำให้ร้านโชห่วยทยอยปิดตัวลง ทางเจ้าของร้านโชห่วยให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า เนื่องจากร้านของตนตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมือง

เพราะฉะนั้นเมื่อมีการปรับปรุงทำเลให้สอดรับกับคนเมืองมากขึ้น จึงทำให้ร้านโชห่วยในละแวกเดียวกันต้องปิดตัว ส่วนร้านของตนก็มียอดขายลดลงกว่าครึ่ง สินค้าในร้านบางรายการก็ใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะขายหมด ทั้งที่เมื่อก่อนขายดีมากจนต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสินค้าที่ขายได้เรื่อยๆ ก็จะเป็นสินค้าประเภทเครื่องดื่ม และน้ำแข็ง ได้กำไรไม่มาก

ขณะที่เจ้าของร้านอีกราย เปิดเผยว่า ด้วยสภาพ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ถดถอย รวมถึงร้านสะดวกซื้อยอดนิยมที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนเลือกไปซื้อร้านเหล่านั้นกันมากขึ้น โดยทุกวันนี้กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือสามล้อบ้าง คนขับแทกซี่บ้าง ซื้อของแต่ละครั้งก็ไม่ได้เยอะมาก จึงอยากให้รัฐบาลช่วยอนุรักษ์ร้านโชห่วยและควบคุมการเปิดร้านสะดวกซื้อบางเจ้าให้น้อยลง

ขณะเดียวกันจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่าหลายคนหันมาสั่งซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภค หรือบริโภค เนื่องจากสะดวกและไม่เสียเวลาในการเดินทางออกนอกบ้าน

อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือธุรกิจร้านโชห่วยยังคงเป็นปัญหาที่ค้างคาว่าจะทำอย่างไรให้คงอยู่ต่อไปได้ในสภาวะปัจจุบัน หรือเจ้าของธุรกิจจะต้องทำใจว่าวันหนึ่งร้านโชห่วยจะต้องกลายเป็นตำนาน

ที่มา : ทีมงานไทบ้าน https://news.mthai.com/economy-news/743973.html

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น