WHAT'S NEW?
Loading...

เทคนิคขับรถขึ้นเขา-ลงเขา สำหรับคนขับรถเกียร์ออโต้

Advertisements

Advertisements

เทคนิคขับรถขึ้นเขา-ลงเขา สำหรับคนขับรถเกียร์ออโต้

เวลาไปเที่ยวจังหวัดที่เป็นภูเขาสูงต่ำสลับกันไปนั้น รถบางรุ่นก็ไม่อาจจะขับขึ้นได้สะดวกนัก หรือเวลาจะลงเขาก็เป็นปัญหาโดยเฉพาะรถเกียร์ออโต้งานลำบากเหมือนกันนะ และเมื่อเทียบกับเกียร์กระปุกแล้วไม่อาจสู้ได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะปีนเขาอย่างเขาไม่ได้นะ และรถรุ่นใหม่ ๆ สมัยนี้ก็ขึ้นเขาได้แล้วเหมือนกัน แต่จะต้องใช้รถให้ถูกวิธีด้วย มาอ่านกันเลยว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเกียร์ออโต้จะขึ้นลงเขา

เทคนิคขับรถขึ้นเขา-ลงเขา

ขั้นตอนการใช้งานรถออโต้เวลาขับขึ้นลงเขา

– เวลาขับรถลงเขานั้นจะต้องใช้เกียร์ต่ำ อย่าลากเกียร์นะ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ และหากเป็นรถออโต้ให้ปรับไปใช้เกียร์ 2 เวลาขึ้นลงเขาจากนั้นค่อยเปลี่ยนไปเป็นเกียร์ D บ้าง ในขณะที่รถวิ่งทางราบ เวลาขับขึ้นลงเขาจะมีการปรับใช้เกียร์ตลอดเพื่อให้อายุของเครื่องยนต์และเกียร์รถใช้งานได้นาน

– เวลาลงเขาแบบลาดชันยาว แถมยังเข้าโค้งด้วยให้ใช้เกียร์ D มาเป็น 2 ถ้าหากยังเป็นตำแหน่ง 2 อยู่ให้เปลี่ยนมาเป็นเกียร์ L และหากถนนลื่นอย่าเปลี่ยนเกียร์กะทันหันนะ เพราะรถจะทรงตัวไม่อยู่ทำให้เกิด อุ บั ติ เ ห ตุ ได้ ถ้าเป็นเกียร์กระปุกจะง่ายหน่อยโดยการให้เล่นถึง 5 ตำแหน่งเลย มีคลาสคอยช่วยประคองรถอีกแรงด้วย

– การขับรถเข้าโค้งบนภูเขาหรือจะเป็นโค้งปกติก็ตาม ระยะสายตามองให้พยายามมองลึก ๆ ไกล ๆ และให้คนนั่งด้านข้างช่วยดูทางช่วยด้วยก็จะดีเพราะเราไม่รู้ว่ามีรถสวนมาบ้างไหม โดยเฉพาะโค้งที่มุมอับมาก ๆ หากไม่มีรถสวนพยายามเข้าโค้งแบบตัดโค้งได้เลยเพราะจะทำให้รถทรงตัวได้ดี เข้าโค้งได้เร็ว ลูกปืนล้อมจะทำงานไม่หนักมากนัก ยางก็ยังไม่ล้มตัวมากยังแตะพื้นถนนได้ปกติอีกด้วย แต่ถ้าหากไม่แน่ใจว่ามีรถไหมอยากจะโค้งปกติ ก็ให้ถอนคันเร่งลงก่อน หันพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหน่อย สมมติว่าจะโค้งขวา แล้วจากนั้นค่อยหักมาทางขวาเพื่อทำการโค้งให้กว้างกว่าเดิม โดยเราจะใช้พื้นถนนในเลนตัวเองให้คุ้มเลย

– โค้ง หั ก ศ อ ก ขึ้นเขารูปฟันปลา จะต้องมีความชำนาญในการขับมาก ๆ และจะต้องมีคนคอยช่วยดูรถอีกฝั่งให้ด้วย หากเห็นว่าไม่มีรถสวนลงมาก็กดแตรก่อนขึ้นไป ก็เหมือนกับการขับโค้งธรรมดานันแหละ หากจะโค้งขวาก็ให้หักไปทางซ้ายนิดหน่อยก่อน จากนั้นค่อยหักขวาเพื่อเข้าโค้ง พอโค้งได้แล้วรถจะมีแรงต้านเยอะ ต้องใช้กำลังส่งมาก ๆ ทำให้รถขึ้นไปช้า ๆ ให้คีนพวงมาลัยกลับมานะ จากนั้นก็เร่งเครื่อง โดยทำเป็นจังหวะไปให้พ้นโค้ง และโค้งแบบนี้ขับเร็วไม่ได้ และเบรกจะเป็นตัวในการช่วยลดความเร็วลงมา จะต้องใช้ความระมัดระวังในการขับให้มาก ๆ นะ

– เพิ่มระยะการเบรกเพราะจะปลอดภัยมากกว่า หากการเบรกกระทันหันนั้นมัน เ สี่ ย ง ที่อาจจะชนรถคันข้างหน้าแล้วยังจะทำให้รถคันหลังชนเราได้อีกด้วย เวลาจะเบรกก็ให้หาระยะการเบรกดี ๆ หักพวงมาลัยเข้าไหล่ทางแล้วก็เบรกเบา ๆ

– ขับรถบนเขาที่คดเคี้ยวไปมาในเวลานาน ๆ หากต้องขับลงเขาอย่าใช้ความเร็วเด็ดขาดเพราะ อั ต ร า ย สุด ๆ รถจะรับน้ำหนักและความเร็วได้ไม่ไหวเกิดอะไรขึ้นจะแก้ไขได้ยากเพราะคุมรถไม่อยู่ อุ บั ติ เ ห ตุ เกิดเพราะขับรถเร็วบ่อยกันมากแล้วนะ

– โค้งรูปตัว S ให้มองไปลึก ๆ ไกล ๆ นะ เพราะให้แน่ใจว่ามีหรือไม่มีรถสวยมาก่อนจากนั้นถอนคันเร่งลงมา แล้วตัดโค้งเลยถ้าไม่มีรถแต่ถ้าหากมีก็จะต้องอยู่ในเลนตัวเองแล้วโค้งปกติอย่างระมัดระวัง

– หากทัศนวิสัยในการมองไม่ดีนักอย่าขับรถเร็วเพราะบางโค้งสันเขาก็บังสายตาเอาไว้ ควรจะบีบแตรส่งสัญญาณทุกครั้งก่อนจะเข้าโค้ง เพื่อป้องกันรถที่วิ่งสวนมาก เพราะเจ้าถิ่นส่วนมากก็ตัดโค้งกันทั้งนั้น

– ถนนลูกรังหรือมีหินลอย เรียกว่างานช้างเลยทีเดียว เพราะว่าล้อรถจะลอยตัวเวลาที่เราเข้าโค้ง บังคับรถยาก ถนนแบบนี้ไม่ควรขับเร็วเพราะมีหลายคนกลิ่นและแหกโค้งกันไปหลายรายแล้ว

การขับรถในแต่ละสภาพถนนก็ต่างกันไป อย่าลืมเลือกใช้เกียร์ ความรู้ และมีทักษะในการขับให้ดีประกอบกันไปด้วย จะทำให้ไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่จะต้องระวังเวลาขับรถขึ้นลงเขาด้วยนะ เวลาที่ขับทางชันขึ้นเขา ให้ขับที่ความเร็วสม่ำเสมอนะ อย่าเบิ้ลเครื่องแรง พยายามเพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวลที่สุด เพราะถ้าหากรีบไปความเร็วก็ไม่เพิ่มหรอกแถมยังเปลืองน้ำมันอย่างมากอีกด้วย ไม่มีประโยชน์เลย

เวลาที่ลงเขาอย่าใช้เกียร์ว่างเด็ดขาดมัน อั ต ร า ย มาก ๆ เพราะรถจะไหลด้วยความเร็วสูง ไม่มีแรงหน่วงเลย ทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตได้เลย ควรใช้เกียร์ต่ำจะดีกว่า ให้รถลงไปช้า ๆ และควบคุมรถให้เร็วพอดี ๆ เวลาขึ้นเขาเกียร์ 1 – 2 จะเหมาะสุดถ้าใช้สูงกว่านั้นจะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังฉุดพอที่จะปีนเขานะ และกินน้ำมันแบบสุด ๆ เลยด้วย

การขับทางขึ้นเขา ลงเขา นั้นจะต้องใช้ทักษะการขับรถเยอะมากอีกทั้งใช้การสังเกต และการเข้าใจรถ จะทำให้ผ่านเขาทุกลูก ผ่านโค้งทุกโค้งไปได้สบาย ๆ และก่อนจะออกเดินทางทุกครั้งควรนำรถไปตรวจสภาพ หรือจะเช็คสภาพความพร้อมของรถด้วยตนเองก็ได้ จะได้มั่นใจว่ารถที่ใช้นั้นพร้อมแล้วสำหรับการเดินทาง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น