WHAT'S NEW?
Loading...

ความเจ็บใจของคนคนหนึ่ง ตีเป็นราคาไม่ได้หรอกว่าต้องจ่ายกี่บาท

Advertisements

Advertisements

ความเจ็บใจของคนคนหนึ่ง

ตีเป็นราคาไม่ได้หรอกว่าต้องจ่ายกี่บาท

ชั่งน้ำหนักไม่ได้หรอกว่าต้องเสียกี่กิโล

ประเมินเวลาไม่ได้หรอกว่ากี่ปีหรือกี่ชาติ

ที่เขาทุ่มชีวิตจิตใจทุบตีเราแล้ว

เขาจะหนำใจหรืออิ่มพอ

ทางพุทธเราชี้ว่า

ความเจ็บใจมีอยู่ ๒ ประเภท

ประเภทแรก รู้ๆกันอยู่ทั่วไป

คือ ความเจ็บใจอันเกิดขึ้นจากเรื่องกระทบในปัจจุบัน

เช่น พูดไม่ดีใส่กัน

อยากโต้กันไปโต้กันมา

แต่ถ้าเมื่อไหร่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดดี

ให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นมาได้

หรือแค่ทิ้งเวลาห่างหน้ากันสักพัก

เดี๋ยวก็รู้สึกจางแค้นไปเอง

ไม่เหลือความรู้สึกติดค้างกันได้เอง

อีกประเภทหนึ่ง ไม่เป็นที่รู้แก่ใครๆ

คือ ความผูกใจแบบข้ามภพข้ามชาติ

เช่นที่พระเทวทัตเคยเป็นพ่อค้า

ที่ผูกใจเจ็บพ่อค้าด้วยกัน

แล้วดันอธิษฐานว่า

จะขอจองเวรไป

เป็นจำนวนชาติเท่าเม็ดทรายในมือ

เมื่ออธิษฐานเช่นนั้น แม้ตายแล้ว ลืมแล้ว

แต่เจอกันชาติใหม่

ก็จะมีเหตุกระตุ้นให้แค้นฝังหุ่นกันอีก

พูดง่ายๆว่า เหตุให้ทะเลาะกันในชีวิตปัจจุบัน

เป็นแค่ฉากบังหน้า

จริงๆเป็นจุดเชื่อมต่อวงจรแค้นเก่าให้ติด

ไฟอาฆาตลุกพรึ่บขึ้นมาใหม่ ในตัวตนใหม่

ตามระบบระเบียบการผูกเวรข้ามชาติเท่านั้น

อันนี้ถ้าเคยเจอจะเข้าใจ

แค่เจอกันแวบแรก กระแทกสายตากันอย่างแรง

ก็เกิดอาการเก็บไปคิดขุ่น

อยากหาเรื่อง แล้วเกิดเรื่องกันจริงๆในเวลาต่อมา

หรือบางคู่แค่ขับรถปาดกันนิดเดียว

ชาตินี้เพิ่งเจอกันเดี๋ยวนี้

แต่หุนหันพลันแล่นถึงขั้นลงมายิงกัน

ยอมติดคุก หมดอนาคตเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็เยอะ

ประเภทผูกเวรกันข้ามชาตินั้น

แม้ในทางพุทธก็แสดงตัวอย่าง

เช่นที่พระพุทธเจ้าอภัยอย่างไร พูดดีด้วยแค่ไหน

พระเทวทัตก็ไม่ยอมเลิกรา

อย่างไรอีกฝ่ายก็ถูกโทสะโมหะควบคุมกายใจ

ให้แล่นตะบึงทำร้ายพระพุทธเจ้าทุกทางจนได้

ฉะนั้น หากเจอโจทก์เก่า

ที่คุณรู้สึกได้ด้วยใจว่า

ไม่ใช่เพิ่งมาแค้นกันเอาชาตินี้

อยากถล่มคุณ กระทืบคุณ

ไม่ทางกายก็ทางใจไม่เลิก

เพียงเพราะเหตุเช่นคุณนึกไม่ถึง

ตั้งใจพูดดีแท้ๆ

แต่ไปแตะผิดที่ ผิดเวลา

เหมือนยิงกระสุนตัดขั้วหัวใจเขา

เขาก็ ‘เล่นงานต่อ’ จากพลังแค้นลึกลับ

ที่ยังไม่ปิดบัญชีกันเท่านั้นเอง

เมื่อจะทำใจแบบพุทธ

ก็ให้มองว่าการจองเวรข้ามชาติ

อาจต้องอาศัยชีวิตทั้งชาติมาล้าง

อย่าไปคาดหวังเรื่องเขาจะเลิกราวีในเดือนสองเดือน

แต่ให้คาดหวังว่าใจเรา

จะใช้ ‘ทั้งชีวิต’ ในการไม่คิดเอาคืน

แม้จำเป็นต้องตั้งการ์ด หรือโต้ตอบป้องกันตัวบ้าง

ก็จะไม่เผลอจงใจประทุษร้ายตรงๆ

เกิดเหตุเมื่อไร

เราจะขอเป็นฝ่ายขออโหสิกรรมก่อนเมื่อนั้น

อยู่กับฐานความคิดนี้แล้วจะสบายใจขึ้น

เพราะรู้ว่าปฏิกิริยาลูกโซ่ทางความแค้น

ต้องขาดลงจนได้

เพราะไม่มีการยื่นห่วงไปต่อโซ่จากมือเรา

เครดิต ดังตฤณ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น