WHAT'S NEW?
Loading...

ลองดู เคล็ดลับสร้างแบคทีเรียดีในร่างกายด้วยอาหาร 8 ชนิด

Advertisements

Advertisements

เคล็ดลับสร้างแบคทีเรียดีในร่างกายด้วยอาหาร 8 ชนิด

โพรไบโอติกส์ (probiotics) หรือแบคทีเรียดี มีความสำคัญต่อสุขภาพของเราอย่างไร? ในอันดับแรก คุณผู้อ่านอาจจะกำลังสงสัยว่าเจ้าโพรไบโอติกส์นี้อยู่ส่วนไหนของร่างกาย คำตอบคือ โพรไบโอติกส์หรือแบคทีเรียนั้นพบได้ในลำไส้ มีหน้าที่ช่วยรักษาสมดุลของลำไส้ให้แข็งแรง ทำงานได้ดี กำจัดแบคทีเรียชนิดร้าย และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เพื่อนๆ คงเห็นภาพกันมากขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ เพราะในทุกๆ วันที่เรารับประทานอาหาร ลำไส้ และอวัยวะส่วนอื่นๆ ต่างต้องทำงานหนัก ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่ามีอาหารแบบไหนบ้างที่จะช่วยเพิ่มแบคทีเรียดีให้กับลำไส้ของเรา

1. โยเกิร์ต

มาเริ่มต้นกันด้วย โยเกิร์ต อาหารที่ถูกจัดว่าเป็นแหล่งของโปรไบโอติกส์ที่อุดมสมบูรณ์ คุณผู้อ่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า โยเกิร์ต นั้นแปรรูปมาจากนมวัว ด้วยกรรมวิธีการหมักด้วยกรดแลคติกและแบคทีเรียอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ ช่วยบำรุงกระดูก และต่อต้านภาวะความดันโลหิตสูง ในปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตให้เลือกทานหลากหลายยี่ห้อ ทั้งสูตรปกติ และน้ำตาลน้อย หากเพื่อนๆ กำลังไดเอ็ตก็อย่าลืมดูฉลากกันให้ละเอียดนะคะ

2. นมเปรี้ยว

นมเปรี้ยว เป็นผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านกรรมวิธีการหมักด้วยจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส หรือแล็กโทคอคคัสทำให้มีโพรไบโอติกส์ที่ดีต่อร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาระบบย่อยอาหาร ต่อต้านการติดเชื้อได้ดี แต่ด้วยนมเปรี้ยวซึ่งเป็นเครื่องดื่มจากนมวัว หรือนมแพะ จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะแพ้แลคโตส (lactoseintolerant) หรือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดื่มนะคะ

3. ซาวเคราท์

ซาวเคราท์ (กะหล่ำปลีเปรี้ยว) อาหารพื้นเมืองของประเทศเยอรมัน เป็นกะหล่ำปลีที่ผ่านการหมักกับเกลือ มีรสเปรี้ยวและเค็มเล็กน้อย เหมาะกับการทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับเนื้อสัตว์ ไส้กรอก หรือแฮม อีกทั้งยังเป็นการถนอมอาหาร เพราะสามารถเก็บไว้ได้นานในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท นอกจากจะอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังมีทั้งไฟเบอร์ วิตามิน C,B และ K ธาตุเหล็ก แมงกานีส และรวมไปถึงสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่าง ลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งมีประโยชน์กับดวงตาเป็นอย่างยิ่ง

4. เทมเป้

เทมเป้ หรือถั่วเหลืองหมัก อาหารหลักของชาวอินโดนีเซียที่ผ่านกรรมวิธีการหมักเฉพาะตัว อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการนานาชนิด มีลักษณะเป็นแผ่นบาง กลิ่น และรสชาติคล้ายคลึงกับเห็ด กรรมวิธีการหมักเทมเป้นั้นช่วยลดกรดไฟเตต (phytic acid) ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีวิตามิน B12 ที่ปกติจะมีแค่ในเนื้อสัตว์ ปลา ไข่หรือผลิตภัณฑ์จากนมอย่างเดียวเท่านั้น

5. กิมจิ

มาถึงอาหารหมักจากฝั่งเกาหลีอย่างกิมจิกันบ้าง คุณผู้อ่านคงรู้จักเจ้ากะหล่ำปลีหมักกันเป็นอย่างดีแน่นอน นอกจากจะมีกะหล่ำปลีที่เป็นวัตถุดิบหลัก ยังมีพริกแดง ขิง กระเทียม ต้นหอม หมักคู่กับเกลือ ทำให้ได้รสชาติอันจี๊ดจ๊าดเฉพาะตัว กรรมวิธีดังกล่าวทำให้กิมจิอุดมไปด้วยแลคโตบาซิลลัส จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร ควบคู่ไปกับวิตามิน B2, K และธาตุเหล็กอีกด้วย

6. มิโซะ

เพื่อนๆ ที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นคงคุ้นหน้าค่าตากับมิโซะกันอย่างแน่นอน มิโซะคืออาหารพื้นเมืองชาวญี่ปุ่น ทำมาจากเต้าเจี้ยวบด หมักคู่กับถั่วเหลือง ถั่วดำ และธัญพืชอื่นๆ มักนำไปทำเป็นซุปมิโซะที่เป็นอาหารเช้าของชาวญี่ปุ่นนั่นเอง มีรสชาติเค็มเล็กน้อยแต่กลมกล่อม อุดมไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามิน K และแร่ธาตุแมงกานีส หากทานเป็นประจำจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และภาวะไขมันอุดตันเส้นเลือดได้ดี

7. คอมบูชา

คุณผู้อ่านสายดื่มชาอาจเคยได้ยินชื่อของคอมบูชา (kombucha) หรือชาดำ (หรือชาเขียว)หมักกันมาบ้าง เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่มีโพรไบโอติกส์ที่ดี มีสรรพคุณช่วยรักษาสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ เติมพลังและความสดชื่นให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

8. แตงกวาดอง

มาถึงอาหารหมักยอดนิยมอีกหนึ่งชนิดอย่างแตงกวาดองซึ่งผ่านกรรมวิธีการหมักด้วยน้ำเกลือ ควบคู่กับกรดแลคติก (lactic acid) ที่มีอยู่ในแตงกวา ทำให้ได้รสชาติที่เปรี้ยวเล็กน้อย เป็นแหล่งของโพรไบโอติกส์นานาชนิดที่ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหาร และวิตามิน K ที่มีประสิทธิภาพต่อการจับตัวของโลหิตในร่างกาย อย่างไรก็ตาม แตงกวาดองยังเป็นแหล่งของโซเดียม ควรทานในปริมาณที่พอดีนะคะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่โปรดปรานอาหารหมักดองทั้งหลาย โยเกิร์ต และนมเปรี้ยวก็เป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ลำไส้มีแบคทีเรียที่ดี ซึ่งโดยปกติแล้ว ร่างกายของมนุษย์สามารถผลิตแบคทีเรียดังกล่าวได้เองส่วนหนึ่ง หากเพื่อนๆ หมั่นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรักษาสุขภาพอยู่เสมอก็ไม่จำเป็นต้องห่วงเลยค่ะว่าร่างกายจะมีแต่แบคทีเรียไม่ดี

Source: www.healthline.com www.foodnetworksolution.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น