WHAT'S NEW?
Loading...

แพทย์เตือน ปวดบริเวณน่อง ไม่ใช่โรคข้อเข่าเสื่อมนะ

Advertisements

Advertisements

แพทย์เผยอาการปวดบริเวณน่อง เป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา ไม่ใช่ข้อเข่าเสื่อม พบได้บ่อยในนักกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล นักวิ่ง นักเต้น เหตุจากใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปทำให้บางส่วนฉีกขาดและอักเสบ

อาการปวดบริเวณน่อง คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม แต่แท้จริงแล้วเป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาบริเวณใกล้น่อง ซึ่งเกิดจากการใช้งานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ทำให้อักเสบ เช่น การวิ่งเร็วหรือการวิ่งเร็วสลับกับหยุดวิ่งแบบฉับพลันอย่างต่อเนื่อง การเล่นกีฬาประเภทวิ่งหรือกระโดด ซึ่งพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะนักวิ่ง นักกีฬา นักเต้น โดยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังถูกฉีกกระชาก จนกล้ามเนื้อบางส่วนฉีกขาดและเกิดการอักเสบขึ้น รวมถึงการนั่งทำงานเป็นเวลานาน เพราะกล้ามเนื้อต้องอยู่ในท่าที่หดเกร็งโดยไม่ขยับเขยื้อนนานจนกล้ามเนื้อตึง ทำให้เกิดการแพลงหรืออักเสบได้ง่าย ซึ่งระดับความรุนแรงจากการอักเสบแบ่งเป็นระดับเล็กน้อยและหายได้จนถึงกล้ามเนื้อฉีกขาดทั้งหมดและใช้เวลานานในการรักษา

สำหรับอาการที่พบจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาคือ ปวดแปลบที่กล้ามเนื้อต้นขาแบบเฉียบพลัน บวมในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกหลังได้รับบาดเจ็บ ฟกช้ำหรือมีสีผิดปกติที่ขาด้านหลังใต้หัวเข่าในช่วง 2-3 วันแรกและกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาอ่อนแรงนานเป็นสัปดาห์ ซึ่งจะต่างจากโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการข้อเข่าฝืด ตึง ปวดบริเวณข้อและมีเสียงในข้อเข่าเวลาขยับเคลื่อนไหว เนื่องจากการสึกหรอของข้อต่อภายหลังการใช้งานมานานและอายุที่มากขึ้น

การรักษาผู้ที่มีอาการปวดบริเวณน่อง เพื่อซ่อมแซมการฉีกขาดภายในกล้ามเนื้อ ทั้งนี้แพทย์ที่ทำการรักษาอาจจำเป็นต้องเอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอ เพื่อดูระดับความรุนแรงและตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด สำหรับวางแผนในการรักษาได้ถูกต้อง การรักษาผู้ที่มีอาการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 วิธี

วิธีแรกคือ การรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยหยุดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น ใช้ถุงน้ำแข็งประคบประมาณ 20 นาที อย่าให้น้ำแข็งสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง แล้วพันข้อด้วยผ้าพันแบบยืดหยุ่น และนอนพักยกขาให้สูงเหนือหัวใจเพื่อลดอาการบวม แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ไม้เท้าเพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ขาหรือใส่เฝือกในช่วงสั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้ขาอยู่ในตำแหน่งปกติ

วิธีที่สองคือ การรักษาโดยกายภาพบำบัด ด้วยการเหยียดแบบเบาๆ ช่วยฟื้นฟูช่วงการงอยืดและออกกำลังเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำว่าเมื่อใดจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัย

วิธีสุดท้ายคือ การรักษาด้วยการผ่าตัด เมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดจากกระดูกอย่างสมบูรณ์ และเพื่อซ่อมแซมการฉีกขาดภายในกล้ามเนื้อ

สำหรับการป้องกันสามารถทำ ได้โดย

- อบอุ่นร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ก่อนและหลังเล่นกีฬา

- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและป้องกันการขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตะคริว

- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ - ออกกำลังกายและหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง อีกทั้งเสริมความยืดหยุ่นให้แก่กล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาได้อีกด้วย

สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น