WHAT'S NEW?
Loading...

สูตรดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้ แก้ท้องผูก ง่ายๆ ด้วยเม็ดแมงลัก แถมยังลดน้ำหนักได้ดีสุดๆ

Advertisements

Advertisements

สูตรดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้ แก้ท้องผูก ง่ายๆ ด้วยเม็ดแมงลัก แถมยังลดน้ำหนักได้ดีสุดๆ

ปัญหาท้องผูก ระบบขับถ่ายผิดปกติ จะค่อยๆหายไป เพียงแค่คุณมี เม็ดแมงลัก สูตรดีท็อกล้างพิษ ล้างลำไส้ แถมยังลดน้ำหนักได้ดีสุดๆ

เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์เรา..สามารถมีอุจจาระตกค้างในลำไส้ได้มากถึงประมาณ 10 กิโลกรัม ซึ่งอุจจาระที่ตกค้างในร่างกายนี้มาจากอาหารที่เราทานเข้าไป, การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเพียงพอ, การทานอาหารที่มีกากใยน้อย, การทานอาหารที่มีพยาธิหรือเชื้อราที่ทำให้ระบบย่อยอาหารมีความผิดปกติ, การทำงานของระบบดูดซึมเสียเพราะน้ำมันพืชเคลือบทำให้น้ำที่เราดื่มเข้าไปไม่มีการหมุนเวียน, การไม่ถ่ายอุจจาระในช่วงเวลาตี 5 ถึง 7 โมงเช้า เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้อุจจาระตกค้างในลำไส้ทั้งสิ้น

การขับถ่ายอุจจาระหลังเวลา 7 โมงเช้า ส่งผลให้ลำไส้ทำงานไม่เป็นปกติ จะมีการบีบให้อุจจาระขึ้นไปส่วนบนทำให้อุจจาระขาดช่วง เวลาถ่ายจึงถ่ายออกไม่หมดโดยที่เราไม่รู้ตัว อุจจาระที่คั่งค้างเหล่านี้จะไปเกาะที่ผนังลำไส้ พอมีอุจจาระใหม่ที่เหลวกว่าก็จะแซงหน้าออกไปก่อน

แต่อุจจาระที่ค้างแข็งก็จะยังคงเกาะติดแน่นอยู่ในผนังลำไส้ พอนานๆเข้าก็จะไปกดทับเส้นเลือดต่างๆในกระเพาะและกดทับกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ เช่น ปวดหลัง ท้องอืด ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่สะบักและไหล่ อ่อนเพลีย เวียนหัว นอนไม่ค่อยหลับ เป็นไมเกรน ฝ้า และอื่นๆ

วิธีดีท็อกล้างพิษ ล้างทำความสะอาดลำไส้ ก็ไม่ยากอย่างที่คิด

วิธีทำ
เพียงนำ เม็ดแมงลัก (ชื่อภาษอังกฤษ คือ Hoary basil ต่อมาเปลี่ยนเรียกเป็น Lemon basil) ประมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ตั้งทิ้งไว้ 30 นาที แล้วดื่มก่อนนอน

และเพื่อให้การทานง่ายขึ้นเราอาจจะปรุงรสชาติด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำสมุนไพรต่างๆก็ได้ เม็ดแมงลักมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายที่ดี จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างออกมาได้ เราสามารถทานเม็ดแมงลักเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3-4 วันต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ เม็ดแมงลักยังเป็นอาหารที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ําหนักอีกด้วย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดพลังงาน และยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย

ข้อควรระวังในการทานเม็ดแมงลัก 

ต้องรอให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่เสียก่อน มิฉะนั้นแทนที่จะช่วยระบายก็จะกลายเป็นทำให้ท้องผูกแทนได้


บทความจาก...เพจ นพดล อุ่นตา / Photo By hubpages.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น