WHAT'S NEW?
Loading...

แทบไม่น่าเชื่อ แค่กินสิ่งนี้..เป็นประจำ ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับอ่อน และโรคหัวใจ ได้ดีมากๆ

Advertisements

Advertisements

แทบไม่น่าเชื่อ แค่กินสิ่งนี้..เป็นประจำ ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับอ่อน และโรคหัวใจ ได้ดีมากๆ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดของมันจะมีลักษณะเป็นในรูปไต ซึ่งพบมากในบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล และผู้ผลิตหลัก ได้แก่ ไนจีเรีย, บราซิล, อินเดีย, แทนซาเนีย และโมซัมบิก


เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีสารอะนาคาร์ดิค (Anacardic )ที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่นำไปสู่การเกิดสิว ฟันผุ โรคปอดบวมและวัณโรค

มันยากมากที่คุณจะหาเปลือกของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ได้ตามท้องตลาด เพราะมันถูกจำหน่ายไปก่อนล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากเปลือกของมันเต็มไปด้วยยางเรซิน ที่ต้องกำจัดออกก่อนบริโภค มันจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมในการผลิตยาฆ่าแมลงและน้ำมันเคลือบเงา

เม็ดมะม่วงหิมพานต์อัดแน่นไปด้วยแมงกานีส แมกนีเซียม ทองแดง ฟอสฟอรัส และสังกะสี สารเหล่านี้สามารถช่วยลดไขมันได้มากกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวถึง 66%-82% และปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวนี้ดีต่อสุขภาพหัวใจซึ่งมีลักษณะไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวคล้ายกับน้ำมันมะกอก

นอกจากนี้การศึกษาตลอด 20 ปีบ่งชี้ว่า ผู้หญิงควรบริโภคเม็ดมะม่วงหิมพานต์ประมาณ 1 ออนซ์ต่อหนึ่งสัปดาห์ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคนิ่ว ซึ่งมีค่าเทียบเท่ากับเนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

กรดอะนาคาร์ดิค (anacardic) ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่นำไปสู่ฟันผุ สิว โรคทูลาริเมีย (Tularemia) วัณโรค โรคเรื้อนและเชื้อสเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนีย (Streptococcus pneumonia) และหนึ่งส่วนของกรดนี้สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกได้ถึง 200,000 ตัว ภายในเวลาเพียง 15 นาที

น้ำและเปลือกของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีกรดอะนาคาร์ดิค ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพมากในการต้านเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) และยังมีประสิทธิภาพต่อสู้กับโรคมะเร็งและแผลในลำไส้ได้อย่างดีเยี่ยม มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการบริโภคเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับอ่อน

ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถลดลงได้โดยการบริโภคไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Triglycerides) ซึ่งเป็นชนิดของไขมันที่มีการเคลื่อนย้ายในเลือดและหากมันมีอยู่ในระดับสูงก็จะนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคหัวใจ

เมล็ดพันธุ์นี้ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง โดยที่วารสารโรคอ้วนได้เผยแพร่การศึกษานี้ว่า หากบริโภคเมล็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างน้อยติดต่อกัน 2 สัปดาห์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเพิ่มน้ำหนัก การศึกษาวิจัยได้นำกลุ่มผู้หญิงชาวสเปนจำนวน 8865 คน รวมการทดลองทั้งสิ้น 28 เดือน บริโภคเมล็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง และผลการทดลองสรุปว่ามันช่วยลดน้ำหนักลงได้ถึงร้อยละ 31 และการทดลองยังพบอีกว่าการบริโภคเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเพิ่มน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัมหรือมากกว่านั้น


อ้างอิง : healthyfoodhouse.com
แปลข้อมูลโดย : http://www.rak-sukapap.com/

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น