WHAT'S NEW?
Loading...

หญิงควรอ่าน! แค่กินผักเหล่านี้..เป็นประจำ อาการปวดประจำเดือนสุดทรมาน ก็จะค่อยๆหายไป

Advertisements

Advertisements

หญิงควรอ่าน! แค่กินผักเหล่านี้..เป็นประจำ อาการปวดประจำเดือนสุดทรมาน ก็จะค่อยๆหายไป

อาการปวดประจำเดือน เป็นสิ่งที่สร้างความทรมานใจ ความไม่สะดวกสบาย และความกังวลใจให้แก่คุณผู้หญิงอย่างไม่รู้จักหยุดรู้จักหย่อนเลย
ใครที่ไม่เคยทรมานก็คงจะไม่รับรู้ความรู้สึกเช่นนี้ที่จะต้องเจ็บปวดซ้ำๆในทุกเดือน
วันนี้แอดมินจึงอยากจะมาแนะนำ “ผักใบเขียว” 5 ชนิด ที่มีสรรพคุณในการลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ หากคุณทานเป็นประจำก็โยนยาแก้ปวดท้องประจำเดือนทิ้งไปได้เลย

ถ้าพร้อมกันแล้ว ก็ไปเช็คกันเลยว่ามีอะไรบ้าง…

1. ผักบุ้ง

ผักชนิดนี้มีแร่ธาตุและวิตามินที่ช่วยบำรุงเลือดได้เป็นอย่างดี แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงด้วย ดังนั้น การทานผักบุ้งเป็นประจำจึงช่วยลดอาการปวดท้องในแต่ละเดือนได้ แถมยังช่วยให้มีสายตาดีได้ด้วยนะ

2. ‎ผักปวยเล้ง
ผักชนิดนี้เต็มไปด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนให้น้อยลงได้ นอกจากนั้น ปวยเล้งยังให้วิตามิน ธาตุเหล็ก แคลเซียม และโฟเลต ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

3. ‎ผักคะน้า

ผักคะน้าก็เป็นอีกชนิดผักใบเขียวที่มีแมกนีเซียมสูงไม่แพ้ผักปวยเล้งเลย อีกทั้งยังหาซื้อมาทานได้ง่ายตามท้องตลาด ทำเมนูอะไรก็อร่อย ดังนั้น ทั้งคะน้าและปวยเล้งจึงเป็นผักที่แนะนำให้สาวๆทานให้บ่อยๆเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

4. ใบตำลึง

ในตำลึฝมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีสารที่ช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ด้วย ตำลึงจึงเป็นผักที่เหมาะกับสาวๆอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากการป้องกันการปวดท้องแล้ว ยังสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณได้ดีอีกด้วย

5. ‎กะหล่ำปลี

ผักชนิดสุดท้ายก็หาทานง่ายเช่นกัน ใครไม่ชอบทานผักใบๆ ทานกะหล่ำปลีก็ช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกัน เพราะกะหล่ำปลีมีสารที่ช่วยปรับฮอร์โมนเอสโตเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงให้สมดุล อาการปวดท้องของสาวๆจึงลดน้อยลงได้

หากใครมีอาการปวดท้องประจำเดือนอยู่บ่อยๆทุกเดือน ลองไปหาผักใบเขียวเหล่านี้มาทานเป็นประจำดูสิค่ะ น่าจะช่วยให้คุณไม่ต้องทนทรมานกับอาการปวดได้ และนอกจากผักเหล่านี้จะให้ประโยชน์กับร่างกายในด้านนี้แล้ว ยังมีสารอาหารดีๆอีกมากมายที่ร่างกายต้องการ อย่างไรก็ตาม แค่การทานผักอาจไม่ได้ช่วยลดอาการปวดท้องได้ร้อยเปอร์เซนต์ ยังอาจต้องใช้วิธีการออกกำลังกายเบาๆควบคู่ไปด้วย

แต่ถ้าทำมาทั้งหมดแล้วก็ยังไม่หายปวดท้องเสียที คุณอาจจะต้องลองไปพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของมดลูกหรืออวัยวะใกล้เคียงดู อาจจะทำให้คุณเจอกับปัญหาของอาการปวดท้องที่เป็นอยู่อย่างแท้จริงก็ได้ จะได้รับษาด้วยวิธีที่ถูกต้องต่อไป


ทีมา - http://www.thaijobsgov.com/jobs=55692

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น