WHAT'S NEW?
Loading...

หามาปลูกเลย!! พืชมหัศจรรย์ 7 ชนิดช่วยดึงดูดพลังงานบวกไว้ในบ้านและที่ทำงานของคุณ

Advertisements

Advertisements

หามาปลูกเลย!! พืชมหัศจรรย์ 7 ชนิดช่วยดึงดูดพลังงานบวกไว้ในบ้านและที่ทำงานของคุณ

ความสงบภายในสามารถเกิดขึ้นได้ในบ้านและที่ทำงานของคุณเพียงคุณมีต้นไม้บางชนิด ใช่แล้ว!


ต้นไม้ไม่เพียงแค่นำมาตกแต่งบ้านเรือนหรือสำนักงาน แต่ยังสามารถนำมาช่วยเพิ่มพลังงานบวกให้กับชีวิตและจิตใจของคุณอีกด้วย

แหละนี่คือต้นไม้ 7 ชนิดที่คุณควรมีไว้ในบ้านและที่ทำงานของคุณ

สะระแหน่
เชื่อกันว่าต้นสะระแหน่ จะดึงดูดความสำเร็จทางการเงิน จึงมักปลูกพืชชนิดนี้ไว้ในสำนักงานเพื่อช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ มันอาจฟังดูประหลาดแต่มันเป็นที่ นิยมที่จะมีไว้ตามที่ทำงาน

กล้วยไม้
คุณรู้ไหมว่า กล้วยไม้มีพลังงานบวกที่สามารถต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลที่เป็นพลังงานลบภายในบ้านของคุณได้ ต้นไม้ชนิดนี้เป็นทั้งไม้ประดับที่สวย งามและมีกลิ่นหอมที่เหมาะจะมีไว้ในบ้านและสำนักงานของคุณ อีกทั้งกล้วยไม้ยังช่วยเพิ่มออกซิเจนในเวลากลางคืนช่วยให้คุณนอนหลับดียิ่งขึ้น

ดอกโรสแมรี่
พืชชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศได้อย่างดีเยี่ยมและมันยังช่วยเพิ่มการทำงานของสมองและเพิ่มหน่วยความจำ อีกทั้งยังทำให้รู้สึกอารมณ์ดี กล่าวได้ว่าพืชชนิดนี้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงควรมีไว้รอบๆ บ้านเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ

ลาเวนเดอร์
พืชชนิดนี้ดีมากในการต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล มันเหมาะมากที่จะอยู่ในห้องนอนของคุณ มันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับให้กับคุณ

ว่านหางจระเข้
พืชชนิดนี้ช่วยฟอกอากาศในบ้านของคุณ มันจะดึงเอาสารพิษที่ลอยอยู่ในอากาศออกไป จะเห็นได้ว่ามีจุดดำปรากฎที่ใบของมัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอันตรายจาก อากาศภายในบ้านของคุณ จะดีมากถ้ามีพืชชนิดนี้ไว้ในห้องนอนเพราะพวกมันจะปล่อยออกซิเจนในช่วงเวลากลางคืนซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนให้กับคุณ

ดอกมะลิ
มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับสะระแหน่ พืชเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความสำเร็จทางการเงิน น้ำมันที่ได้จากดอกมะลิเป็นยาบำรุงที่ยอดเยี่ยม ควรมีพืชชนิดนี้ในบ้านของคุณเพื่อ ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ของคุณกับคนรัก

ไผ่กวนอิม
พืชชนิดนี้มาจากเอเชีย ถูกนำมาใช้โดยชาวบ้านมานานหลายศตวรรษ มันเป็นพืชที่ช่วยส่งเสริมความโชคดีให้กับคุณ ควรเลี้ยงไผ่ชนิดนี้ไว้ในโถที่มีน้ำเลี้ยงไว้ประมาณ หนึ่งนิ้วและตั้งไว้ให้ห่างจากแสงแดด


อ้างอิง : timefornaturalhealthcare.com
แปลข้อมูลโดย : www.rak-sukapap.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น