WHAT'S NEW?
Loading...


ง่ายมากๆ วิธีขจัดสิวเสี้ยนภายใน 3 นาที เทคนิคฉบับเกาหลี เชื่อว่าหลายคนลองมาแล้วมากกว่าหนึ่งสูตร แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดจุดอ่อนนี้ออกไปจากใบหน้าได้ วันนี้เราได้เวลาบอกกู๊ดบาย สิวเสี้ยนด้วยเคล็ดลับ 3 นาที จาก "โชซอนมิน" จากคอลัมน์ Beauty ในนิตยสาร CeCi กันค่ะ สาเหตุของสิวเสี้ยน : สิ่งสกปรกอุดตันจมูกเวลาเมคอัพ

มาดูวิธีและขั้นตอนการล้างหน้าให้ผิวสะอาด ขจัดสิวเสี้ยนกันเลยคะ

1. เปิดรูขุมขนด้วยความร้อน โดยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบเบาๆ ตามจุดต่างๆ บนใบหน้า โดยเน้นบริเวณที่มีสิวเสี้ยนอุดตันอยู่

2. ล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งออยล์ นวดคลีนซิ่งออยล์เบาๆ เป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา เพิ่มการสครับบริเวณที่มีสิวเสี้ยนอุดตันอยู่มาก เพื่อให้สิวเสี้ยนหลุดออก แล้วล้างหน้าให้สะอาด

3. ล้างหน้าเสร็จแล้ว ให้ใช้คอตตอนบัดจุ่มรีมูฟเวอร์ จากนั้นถูเบาๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยนฝังแน่นอยู่มาก อย่างเช่น บริเวณข้างจมูกที่มักมีสิวเสี้ยนฝังแน่นและกำจัดออกได้ยาก

4. ผ่อนคลายจมูกด้วยการแปะแผ่นลอกสิวเสี้ยน ให้ทาเอสเซนส์บนจมูก (เอสเซนส์ควรแช่ไว้ในตู้เย็น ก่อนจะนำมาทา) จากนั้นแปะจมูกด้วยแผ่นลอกสิวเสี้ยน

5. ขั้นตอนสุดท้าย เพื่อความเปล่งปลั่งของผิว อย่าลืมทาครีม หรือโลชั่น บำรุงผิวตั้งแต่บริเวณข้างจมูกออกมายังเรียวแก้ม และหน้าผาก (แปลว่า เว้นส่วนจมูกไว้นะคะ หลังลอกสิวเสี้ยน อาจฉีดสเปร่ย์น้ำแร่เย็นๆ ในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อปิดรูขุมขนก็ได้จร้า)

ข้อมูลจาก spokedark


แฟนเคยถามแบบนี้มั้ย ? กับ 15 คำถามถ้าตอบแบบนี้ แสดงว่าเค้ารักคุณมาก ใครๆก็อยากจะเจอคนรักที่ดีด้วยกันทั้งนั้น แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า คนที่เรากำลังคบหากันอยู่นั้นจะรักเราจริงหรือป่าว วันนี้จะมีวิธีสังเกตุมาแนะนำกัน กับคำถาม 15 ข้อ ถ้าคนรักคุณตอบแบบนี้ก็แสดงว่าเค้ารักคุณมากเลยหละ

1.เธอมักจะถามว่า : อยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ เธอแค่อยากจะพูดคุยกับคุณบ้าง แต่ก็กลัวคุณไม่ว่าง แต่เธอคิดถึงคุณมาก

2.เธอมักจะบอกเสมอว่า อากาศหนาวแล้ว อย่าลืมใส่เสื้อผ้าเยอะๆนะ เวลาเธอเตือนคุณอย่าไปรำคาญเธอนะ และอย่าพูดว่าเธอเป็นเหมือนแม่ของคุณเธอแค่อยากจะให้คุณรู้ว่าเธอห่วงคุณมาก

3.เธอพูดว่า : ฉันไม่พอใจ เธอแค่อยากจะให้คุณคุยกับเธอบ้างเพื่อทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

4.เธอมักจะบอกว่าตัวเองอ้วนขึ้นหรือไม่ค่อยสวยงาม อย่าคิดว่าเธออิจฉาคนอื่น เธอแค่กลัวว่าในสายตาของคุณตัวเองยังสมบูรณ์แบบไม่พอ

5.เธอบอกคุณว่า: คุณดูใครๆเขามีเงินเยอะมากหรือใครๆหล่อมาก อย่าโกรธเธอ ในสายตาของเธอคุณเป็นคนที่ดีที่สุดเสมอ เธอแค่อยากให้คุณขยันมากขึ้นสำหรับเธอ

6. เธอมักจะกอดคุณและจูบคุณโดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ใดๆ เธอแค่อยากจะให้คนอื่นรู้ว่าสองคนรักกันดีมาก

7.เธอมักจะบอกคุณว่าเธอจะช่วยคุณ ไม่ว่าคุณมีเรื่องอะไรก็มาหาเธอได้ ในความเป็นจริงแล้วเธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้ เธอแค่อยากจะบอกให้คุณรู้ว่าคุณยังคงมีเธออยู่

8.เธอจะโกรธเวลาเห็นผู้หญิงคนอื่น ๆ ใกล้ชิดกับคุณ นี่หมายความว่าเธอใส่ใจคุณมาก

9.เวลาซื้อของเธอมักจะถามความคิดเห็นของคุณ อย่าพูดว่าเธอไม่มีความคิดเห็นของตัวเอง มันเป็นเพราะว่าเธอเคารพคุณทุกสิ่งทุกอย่างก็ตามคุณเป็นหลักก่อน

10.เวลาออกไปกินข้าวที่ข้างนอก เธอมักจะกินน้อยมากและให้คุณช่วยเธอกิน อย่าพูดว่าเธอ เธอแค่กลัวว่าคุณไม่พอกิน

11.ซื้อของให้คุณมักจะซื้อของราคาแพง เธอแค่อยากจะเอาของที่ดีที่สุดให้คุณ

12.เวลาอยู่กับคุณชอบหายไป เธอแค่ชอบที่จะเห็นคุณกำลังมองหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่าเธอเป็นคนสำคัญสำหรับคุณ

13. เธอมักจะพูดว่า: ถ้าคุณไม่รักเธอเธอก็จะไปตาย อย่าบอกว่าเธอขู่คุณเธอแค่อยากจะบอกคุณว่าคุณมีความสำคัญมากกว่าทุกอย่าง

14. เธอชอบแกล้งทำเป็นโกรธและเดินหันไป เธอไม่ได้อยากจะไปจริงๆ เพียงแค่ต้องการคุณขอให้เธออยู่กับคุณเมื่อเธอจะไป

15. เธอจะไม่สนใจคุณหรืองอแงกับคุณ เธอเพียงแค่อยากให้คุณพูดดีกับเธอหน่อยหรือมาสนใจเธอหน่อย

ที่มา : liekr.com


อาหารเรียกน้ำย่อยช่วยให้ผอมได้นะจ๊ะ... บางทีการตามใจตัวเองให้เต็มที่บ้างในเวลาอาหารเย็นอาจจะเป็นไอเดียที่ดีก็ได้ งานวิจัยใหม่ล่าสุดในวารสาร International Journal of Food Science and Nutrition ระบุว่า การเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยสูตรอาหารเรียกน้ำย่อยสามอย่างจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้มากขึ้น

งานวิจัยชิ้นนี้ทดลองให้คนที่กำลังคงบคุมน้ำหนักทานสลัดและโยเกิร์ต และดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้วในช่วง 15 นาทีก่อนทานอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น เป็นเวลา 3 เดือน ผลปรากฎว่าพวกเขาลดน้ำหนักลงได้มากถึง 8 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวเดิมและลดได้มากกว่าคนที่กินสลัดและโยเกิร์ตไปพร้อมกับมื้ออาหารถึงสองเท่า

นักวิจัยบอกว่าการรับประทานอะไรรองท้องก่อนที่จะเริ่มต้นมื้ออาหารจะทำให้รู้สึกอิ่มและทานได้น้อยลงเพราะอาหารที่ทานเข้าไปก่อนทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนความอิ่มออกมาฮอร์โมนนี้ต้องอาศัยเวลา 10-30 นาทีจึงออกฤทธิ์

แหล่งที่มา Men’s Health, December 2014


นี่คือสูตรขาขาวเนียน ผิวเรียบลื่น ทำเองง่ายๆ ด้วยน้ำมะนาว นอกจากการออกกำลังกายให้หุ่นดี แขน ขาเรียว สวย กระชับ ไร้ไขมันส่วนเกินแล้วนั้น ทราบหรือไม่ว่าเราสามารถบำรุงขาให้ขาวเนียน ผิวเรียบลื่น ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้สะดวก และทำแล้วเห็นผลจริงๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ...

สูตรขาขาวเนียน ผิวเรียบลื่น ทำเองง่ายๆ ด้วยน้ำมะนาว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม

1. มะนาว

2. ดินสอพอง

วิธีทำ เพียงแค่นำเอาดินสอพอง 1-2 เม็ด มาบดให้ละเอียด จากนั้นเติมน้ำมะนาวจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ ลงไปในดินสอพอง แล้วคนผสมให้เข้ากัน (ถ้ายังไม่เป็นเนื้อครีมดีก็ให้เพิ่มน้ำมะนาวลงไปอีกค่ะ)

เมื่อคนจนส่วนผสมจนเข้ากันดีแล้ว ก็นำมาพอกให้ทั่วขา แล้วทิ้งไว้ทั้งคืน ตอนเช้าจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆค่ะ สำหรับสูตรขาเนียนสวยนี้แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ


วิธีขจัดสิวเสี้ยนแบบเร่งรัด ทำง่าย สิวหลุดกระเด็น!! สิวเสี้ยน ปัญหาผิวพรรณที่พบมากในบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้รู้สึกว่าผิวหน้าไม่เนียนเรียบเนียน แถมยังมีโอกาสทิ้งรอยดำ หรือร่องรอยจากสิว วันนี้เบ็ดเตล็ดไอเดียขอแนะนำสูตรปราบสิวเสี้ยน ที่สามารถทำได้แบบรวดเร็ว และเห็นผลทันใจ และที่สำคัญคือทำได้ง่ายและรวดเร็ว พร้อมแล้วมาขจัดสิวเสี้ยนออกไปจากใบหน้ากันดีกว่าค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เลมอน หรือ มะนาวสด 1 ผล

2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

เดี๋ยวก่อนจ้า!! ก่อนอื่นต้องเตรียมผิวหน้าด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อเปิดรูขุมขนก่อนนะคะ

พร้อมแล้วมาทำกันเลย!!

วิธีทำ เพียงแค่ฝานมะนาวเป็นแผ่นบางๆ ตามขวาง จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงบนชิ้นมะนาว ประมาณ 2 - 3 หยด เสร็จแล้วก็นำเอาชิ้นมะนาวมาถูบนจมูก หรือบริเวณที่พบว่ามีสิวเสี้ยนให้ทั่ว และทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที สุดท้ายล้างออกด้วยน้ำเย็นค่ะ


8 เคล็ดลับ ที่จะช่วยให้คุณบอกลาความอ้วน ได้อย่างง่ายดาย หากถามใครก็ตามที่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก ในระยะยาวว่า พวกเขาทำได้อย่างไร แน่นอนว่า เรื่องหนึ่งที่พวกเขาต้องพดถึงก็คือการควบคุมปริมาณการกิน ซึ่งสามารถทำให้ความพยายามของคุณทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว ลองมาเรียนรู้ 8 เคล็ดลับที่ช่วยคุณได้ต่อไปนี้

1. พบกันครึ่งทาง คุณสามารถลดแคลอรีลงได้ราว 50% โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เพียงแค่กินมันครึ่งเดียวพอ เช่น เวลาไปกินอาหารที่ร้าน แบ่งอาหารออกครึ่งหนึ่ง แล้วให้เอาไปห่อกลับบ้านทันที แล้วกินช้าๆ เพื่อที่จะได้ลิ้มรสอาหารอย่างเต็มที่ จำไว้ว่ามันต้องใช้เวลา 20 นาทีถึงจะเริ่มรู้สึกถึงความอิ่ม การกินช้าๆ จึงป้องกันไม่ให้คุณกินเยอะเกินไป คุณสามารถเอาอาหารที่ห่อออกมากินต่อได้ ถ้าไม่อิ่มจริงๆ แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะไม่ต้องทำอย่างนั้น

2. แบ่งของเหลือให้เล็กลง แทนการใช้ภาชนะขนาดใหญ่ใส่ของเหลือทั้งหมดรวมกัน แยกมันใส่ภาชนะเล็กๆ ขนาดพอดีสำหรับหนึ่งที่ และเวลาที่คุณเปิดตู้เย็นเพื่อหาของกิน จะได้อุ่นของกินเฉพาะสำหรับคนเดียว แทนการอุ่นที่ใหญ่ๆ และกินมันจนหมด

3. กินสลัด การกินสลัดก่อนอาหารกลางวันหรืออาหารค่ำ จะช่วยระงับความอยากอาหารของคุณ และทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น และแทนที่จะกินแต่ผักใบเขียวอย่างเดียว เติมสลัดของคุณด้วยเนื้อสัตว์แบบไร้ไขมัน เช่น เนื้ออกไก่หรือปลา เส้นใยอาหารจากผักจะทำให้คุณอิ่ม และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ก็จะเพิ่มพลังงานให้ด้วย

4. ซื้อของกินขนาดเล็กๆ ซื้อของว่างในห่อบรรจุขนาดหนึ่งที่ เพราะมันอาจไม่ง่ายนักที่จะหยุดกิน ถ้าคุณกินของจากถุงใหญ่ๆ แต่คงไม่สนุกนักสำหรับการต้องแกะห่อหลายๆ ครั้ง

5. กินมื้อย่อยๆ คุณจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และไม่กินมากจนเกินไป ด้วยการกินอาหารมื้อเล็กๆ ตลอดทั้งวัน เพราะคุณจะไม่หิวมากเกินไปจนทำให้กินไม่ยั้ง และควบคุมปริมาณการกินไม่ได้

6. อย่ากินเบิ้ล ลองเปลี่ยนวิธีการเสิร์ฟอาหาร ด้วยการตักอาหารใส่จานเฉพาะหนึ่งที่ แล้วเก็บของที่เหลือให้พ้นหูพ้นตา เพื่อที่จะได้ไม่มีอะไรล่อใจให้อยากกินต่อจานที่สอง

7. เอาใจตัวเอง นานๆครั้งโดยให้ตัวเองได้กินอาหาร “ต้องห้าม” ดูบ้าง เพื่อไม่ให้คุณรู้สึกว่าอดอยาก จนอยากจะกินทุกอย่างที่ขวางหน้าให้วับหายไปกับตา

8. เลิกกินบุฟเฟต์ได้แล้ว มันอาจดูคุ้มค่า แต่การกินอาหารบุฟเฟต์คือศัตรูตัวฉกาจของการคุมปริมาณการกิน เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคุมปริมาณการกินในขณะที่คุณอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ “กินทุกอย่างเท่าที่สามารถกินได้”และสิ่งสำคัญก็อย่าลืมออกกำลังกายไปพร้อมๆกับการควบคุมการกินเพื่อร่างกายจะได้กระชับ แข็งแรง มีสุขภาพ ที่ดีด้วยเห็นไหมละค่ะท่านผู้อ่านหากเราเอาชนะใจตัวเองในเรื่องกินและสามารถควบคุมมันได้ ไม่ให้เกินความต้องการของร่างกายที่จะนำไปใช้...เราก็จะเป็นเจ้าของหุ่นที่เพรียวบาง สมส่วน และโบกมือบ๊าย บาย หุ่นยัยตุ่มน้ำต๊ะตุ้มตุ้ยได้เลยค่ะ!!

ข้อมูลจาก women


เสียดายหากไม่ได้อ่าน! เหตุที่ใครคนนึงต้องเลิกร้างกับคุณไป 1 แชร์ให้กำลังใจแก่กัน มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน

ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่าคู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใดเมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมาเมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านแล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระจึงบอกว่า " ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า"

หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า "อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อยไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว" เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่า ตัดสินใจเองไม่ได้ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่า "อยากเข้ามา ก็เข้ามา!"

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น หลวงตายิ้มแล้วพูดว่า "อาการหนักเลยนะ"

ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูดหลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า "โทรมมากเลยนะ" ชายคนนั้นไม่สนใจหลวงตาบอกว่า "ไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ" ชายคนนั้นไม่สนใจ

แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไปกลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล

ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด

เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมาเขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมาเขามองเห็นศพนั้น เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุม ร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป

พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมาเขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ ด้วยใจสงสารจึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆ กอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพ ของศพหญิงคนนั้น และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจพอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2 แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก

ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า "ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน"

เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมาเด็กรับใช้ตกใจมากหลวงตายิ้มแล้วบอกว่า "โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว"

ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชติดตามหลวงตาองค์นั้นในที่สุด

คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่

ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยังเพราะถึงเวลาที่ต้องจากกันไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้าก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่าเราจะต้องจากกันเมื่อไหร่

ทุกๆวจีกรรม กายกรรม และมโนกรรม ที่เรานึกคิดพูดล้วนเป็นกรรมหมด อยู่ที่เจตนาเป็นบุญหรือบาป ล้วนส่งผลต่อปัจจุบันและอนาคตทั้งนั้น...ธรรมะสาธุ

1 แชร์ 1 ธรรมทาน 1 ให้กำลังใจแก่กัน

ที่มา FBวีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่


อะไรนะ! แค่แกว่งแขน 10 นาที ก็พุงยุบได้ด้วย การแกว่งแขน เป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่เหลือเชื่อที่สุดอันนึง ไม่ใช่แค่น้ำหนักลดลงเร็วเท่านั้น ยังดีต่อหัวใจอีกด้วย เพราะแพทย์จีนว่าไว้ว่า สุขภาพภายในนั้นเกิดจากเลือดลมผิดปกติ การแกว่งแขนจะทำให้เลือดลมเดินสะดวก นอกจากนี้บริเวณรักแร้ของเราคือชุมทางต่อมน้ำเหลือง

น้ำเหลืองมีหน้าที่อะไร

น้ำเหลืองมีหน้าที่กำจัดพิษ กำจัดของเสียออกจากร่างกาย คือระบบที่ช่วยทำความสะอาดภายในร่างกายของเรา ให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมา น้ำเหลืองช่วยนำพาเซลล์ที่ตายแล้วไปยังอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียเหล่านั้นออกไป

แกว่งแขนติดต่อกัน 10 นาที ก็ดีพอ

การแกว่งแขนติดกันในเวลา 10 นาที ทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน ลดไขมัน ลดอาการความดันโลหิตสูง ลดอาการออฟฟิศซินโดรม เพราะท่าของการแกว่งแขนไม่ใช่นั่งหลังค่อมแกว่งแขนก็ได้ แต่ต้องทำตามนี้

Step 1 : ยืนตรง กางขาสองข้างเท่าความกว้างของไหล่ หันอุ้งมือไปทางข้างหลัง

Step 2 : หดท้องน้อง ลำตัวและเอวยืดตรง เหยียดหลัง ผ่อนคลายกระดูกลำคอ ศีรษะ และริมฝีปาก

Step 3 : จิกปลายเท้ายึดเกาะพื้น ส้นเท้าก็ต้องเหยียบแน่น จะรู้สึกถึงความตึงที่กล้ามเนื้อโคนขาและหน้าท้อง

Step 4 : มีสมาธิอยู่กับเท้าทั้งสองข้าง แกว่งแขนไปข้างหน้าสบายๆไม่ต้องฝืนให้สูง นับ 1 2 3 …. ทำจิตให้ว่าง

Step 5 : แกว่งแขนไปด้านหลังซึ่งยากกว่า ให้หนักแน่น เท้าทั้งสองต้องยึดกับพื้นให้รู้สึกตึงด้วยด้วย เมื่อแกว่งแขนกลับมาด้านหลัง ให้มีความสูงจากแขนถึงลำตัวประมาณ 60 องศา

Step 6 : แกว่งจนกล้ามเนื้อไม่ยอมให้แกว่งต่อ คือล้าแล้วจึงหยุด

Step 7 : เมื่อหยุด ให้สะบัดแขน สะบัดมือ และเท้าสักครู่ หมุนศีรษะ ผ่อนคลาย ก่อน

ลองทำดูจะรู้ว่า เพียบ 10 นาทีก็หายใจหอบเหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน เป็นอีกทางเลือกออกกำลังกายที่ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไปว่าทำไมใคร ๆ ก็ว่าดี ใช้เวลาน้อย ไม่ยาก และยังไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะอีกด้วย แบบนี้ต้องลองแล้วหละ เพื่อสุขภาพและความงาม

บทความจาก...cosmenet.in.th



สมุนไพรที่ต้องเตรียม

1ใบไม้ไผ่สีสุข (ไม่ใช่ไผ่ป่าดูให้ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะผิดตรงนี้) 1กำมือ

2ใบต้นแจง (เป็นต้นไม้ใบขม ออกผลเมื่อสุกจะมีสีเหลือง ให้ใช้ใบไม่อ่อนไม่แก่)1กำมือ

3.ต้นมะแว้งเครือทั้ง5(ต้นมีลักษณะเป็นเถาว์ มีดอกสีม่วง มีผลลายลูกเล็กๆใช้จิ้มน้ำพริกกิน)1กำมือ 4ว่านหางจระเข้ ปลอกเปลือกไว้ทาภายนอกทาตรงส่วนที่คัน หากคันทาได้ตลอดเวลา

ตัวยาที่จะประกอบก็คือส่วนที่3ยากซักหน่อย คือต้นมะแว้ง คือเราต้องเอามีดสับลำต้น และรากมันก่อนเพราะรากมันมีหนาม พอสับเสร็จก็กะให้ได้1กำมือแล้วล้างให้สะอาด หลังจากล้างทุกอย่างให้สะอาดดีแล้ว ก็เอาทั้งหมดลงหม้อต้มยา ก่อนเอาลงหม้อ ให้ท่องคาถาอะไรก็ได้ที่ศักดิ์สิทธิ์ และระลึกถึงครูอาจารย์เจ้าของสูตรยาตัวนี้ จากนั้นใส่น้ำต้มไฟอ่อนๆจนเดือด รับประทานครั้งละ1แก้วก่อนอาหารเช้าเย็น1หม้อจะทานได้5วัน หลังจากนั้นก็หาตัวยามาต้มใหม่ โดยทั่วๆไปคน1คนจะต้องทาน5-7หม้อจึงจะหาย ถ้าไม่หายก็ต้องทานต่อไป

ข้อห้ามคือ อาหารทะเลทุกชนิด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ ยอดผักที่มียางสีขาง ห้ามอดนอน(พักผ่อนเย๊อะๆ) ห้ามทานน้ำอัดลมและของเย็นๆ ขอให้โชคดีนะครับ

ข้อมูลดีๆจาก นพดล อุ่นตา


สิวขึ้นเต็มหัว...แก้ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง สิวบนหนังศีรษะ มีสาเหตุมาจากหลายๆอย่าง อาทิ หนังศีรษะมัน การแพ้ส่วนผสมบางชนิดในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม การติดเชื้อรา หรือ แบคทีเรียบางชนิด ซึ่งถ้าคุณมีอาการรุนแรงก็ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อค้นหาสาเหตุและทำการรักษา แต่ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อยก็ลอง ใช้วิธีเยียวยาด้วยตัวเองนี้ดูนะ...

1. ใช้น้ำมันที-ทรี: มองหาแชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันที-ทรี ซึ่งเป็นตัวต่อสู้กับเชื้อโรคตามธรรมชาติ และพยายามอย่าใช้น้ำร้อนในการสระผม เพราะจะยิ่งสร้างปัญหาให้เลวร้ายไปกันใหญ่

2. หลีกเลี่ยงน้ำมัน: หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะน้ำมันจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้ มองหาผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนหรือทำขึ้นสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะจะดีกว่า

3. กำจัดเซลล์ผิวเก่าๆ: โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิ-ไซลิก เพราะกรดชนิดนี้จะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป จึงช่วยแก้ปัญหารูขุมขนอุดตันได้อีกทางหนึ่ง

4. แชมพูขจัดรังแค: ในบางกรณี…แชมพูขจัดรังแคธรรมดาๆ ที่มีส่วนผสมของซิงก์ ก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้

ข้อมูลจาก...Lisaguru